เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ “เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง”
ค่าธรรมเนียมการเข้าชมอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็ก 200 บาท ค่ายานพาหนะ 30 บาท ต่อคัน และค่าจ้างลูกหาบ ราคากิโลกรัมละ 15 บาท
นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว และพักค้างคืนบนยอดภูกระดึง ในปีการท่องเที่ยว 2554 (1 ตุลาคม 2553-31 พฤษภาคม 2554) ควรวางแผนการเดินทาง และสำรองการใช้บริการล่วงหน้า เพราะมีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว วันละ 5,000 คน เท่านั้น ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองบ้านพัก เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์ได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทร. 0-4287-1333 / 0-4287-1458/ website : http://www.dnp.go.th/ สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็ก 200 บาท ค่ายานพาหนะ 30 บาท ต่อคัน และค่าจ้างลูกหาบ ราคากิโลกรัมละ 15 บาท
http://www.tourthai.com/
เที่ยว ปาย ไป ปางอุ๋ง ดินแดนแห่ง ... ความรัก

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม ภาพประกอบจาก คุณ Oaddybeing
โอ๊ะโอ่... เผลอแป๊บเดียว "ลมหนาว" กำลังจะมาเยือนอีกแล้ว หลายๆ คนคงกำลังรอคอยลมหนาวให้พัดผ่านมาอีกครั้งใช่มั้ยล่า... เพราะหน้าหนาวเป็นช่วงที่คนไทยชื่นชอบเอามากๆ อากาศไม่ร้อนมากนัก (จากที่ร้อนสุดๆ กันมาแล้วในหน้าร้อน) ฝนฟ้าก็ไม่มีตกให้ต้องกังวลใจ แถมหลายๆ จังหวัดในเมืองไทย ก็ยังอากาศดี๊ดี...เย็นสบาย น่าไปพักผ่อนตากอากาศยิ่งนัก บางแห่งก็ปกคลุมไปด้วยไอหมอก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่น่าเย้ายวนใจเป็นที่สุด และเมื่อนึกถึงสถานที่ขึ้นชื่อในเรื่องการท่องเที่ยวในไอหมอก เมืองสามหมอกอย่างแม่ฮ่องสอน ก็คงจะเป็นอันดับต้นๆ ที่จะต้องพูดถึง และแน่นอนที่สุด "ปาย" คือเมืองในหมอกที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง ปาย... เมืองเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่าน เป็นรอยต่อชายแดนไทย - พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด ที่แห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆ ยามเช้า และด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ทำให้เมือง ปายยังคงความเป็นธรรมชาติ ไว้สูง ความเจริญทางวัตถุยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่นี่ได้มากนัก เอกลักษณ์เหล่านี้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองปายได้นักต่อนัก

แน่นอนว่าใครที่ได้มาเยือนเมืองปาย คงอดไม่ได้ที่จะตื่นขึ้นมาสัมผัสไอหมอกตั้งแต่เช้าตรู่ จิบกาแฟหอมกรุ่น พร้อมอาหารเช้าแบบชาวพื้นเมือง หรือถ้าอยากชมบรรยากาศของเมืองก็สามารถเช่าจักรยานขี่เที่ยวชมเมืองได้สบายๆ หรือล่องแก่งแม่น้ำปาย ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ หรือจะเลือกขี่ช้าง เดินป่า ก็ย่อมได้ตามสไตล์ของนักลุยเลยล่ะค่ะ
แต่ถ้าใครอยากท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แล้วล่ะก็ ที่ปายก็มีตัวเลือกให้คุณๆ เพียบ!! ทั้งสถานที่ทางศาสนาอย่าง "วัดกลาง" ซึ่งภายในวัดมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ ศิลปะไทย ใหญ่แท้ ประดิษฐานอยู่กลางลานวัด มีเจดีย์ทรงมอญรายล้อมโดยรอบ ใต้เจดีย์ทำเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวัน เหนือฐานเจดีย์องค์ใหญ่ทำเป็นมณฑปยอดมงกุฎ

"วัดน้ำฮู" อันเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้และมีน้ำขังอยู่ เป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม อายุประมาณ 500 ปี เมื่อ พ.ศ. 2515 มีพระธุดงค์จากจังหวัดเชียงใหม่ มานมัสการและสงสัยว่าข้างในพระจะมีน้ำ จึงเปิดดูพบว่ามีน้ำจริงๆ ข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีผู้คนหลังไหลมาขอน้ำไปสักการะ พอน้ำในพระเศียรหมดก็จะมีไหลออกมาอีกในลักษณะซึมออกมาตลอดเวลา จึงมีผู้คนหลั่งไหลมาขอน้ำมนต์ไปสักการะอยู่เนืองๆ
หรือหากอยากเที่ยวชมสถานที่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ก็มีให้เลือกเต็มไปหมด อาทิ "น้ำตกหมอแปง" ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้สะดวก และมีชาวเขาเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง บริเวณรอบน้ำตกมีป่ายางร่มรื่น อยู่ห่างจากตัวอำเภอปาย ประมาณ 8 - 9 กิโลเมตร ใกล้กับน้ำตกหมอแปง เป็น "น้ำตกม่วงสร้อย" แต่ทางเข้ายังไม่สะดวกนัก หรือหากอยากเที่ยวน้ำตกสวยๆ ใกล้ๆ เมืองปาย ก็ต้องลองไปเยือน "น้ำตกแม่เย็น" ซึ่งอยู่ที่บ้านแม่เย็น ตำบลแม่ฮี้ ห่างจากอำเภอปายประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดสูง 3 ชั้น และสวยงามที่สุดของอำเภอปายเลยทีเดียว
http://hilight.kapook.com/view/16839


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น